Home สาระน่ารู้ เจ้าของ “นารายา” กระเป๋าผ้าไทยพันล้าน รายได้หาย ต้องปิดโรงงาน ชีวิตเหมือนตกจากสวรรค์

เจ้าของ “นารายา” กระเป๋าผ้าไทยพันล้าน รายได้หาย ต้องปิดโรงงาน ชีวิตเหมือนตกจากสวรรค์

5 min read
0
0
676

จากกรณีบริษัทนารายณ์อินเตอร์เทรด จำกัด เจ้าของแบรนด์ นารายา (NaRaYA) ออกแถลงการณ์ จำต้องปิดโรงงานในจังหวัดบุรีรัมย์ หลังจากผลประกอบการย่ำแย่ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ 63 ผ่านมา

จากสถานการณ์เมื่อต้นปี ส่งผลให้ออเดอร์กระเป๋าผ้าสินค้าหลักของนารายาหดหาย “นารายา” ภายใต้การบริหารของ “วาสนา รุ่งแสนทอง ลาทูรัส” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นารายณ์ อินเตอร์เทรด จำกัด

คุณวาสนา เป็นเด็กสาวครอบครัวคนจีน ที่ทำอาชีพขายถุงพลาสติก ขายไข่เป็ดไข่ไก่อยู่ในตลาดเฮียปอ ย่านประตูน้ำ จบมัธยมศึกษาปีที่ 3 แต่ไปเรียนกวดวิชาภาษาอังกฤษ และเข้าสอบเป็นไกด์ในเมืองโบราณ และทำให้พบกับสามี วาสิลิโอส ชาวกรีก

โดยจุดเริ่มต้นของบริษัทดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการจำหน่ายอุปกรณ์ อิเล็คทรอนิกส์ และชิ้นส่วนเครื่องยนต์กลไก ก่อนพัฒนาหาผลิตภัณฑ์สินค้ามาเป็นของตัวเอง ด้วยการหันไปเดินหน้าธุรกิจด้านสิ่งทอ

ก่อตั้งโรงงานแห่งแรก มีพนักงาน 15 คน ในปี พ.ศ. 2536 และวางขายสินค้าในห้างสรรพสินค้านารายณ์ภัณฑ์ ซึ่งได้รับผลตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี และในปี พ.ศ. 2539 บริษัทเข้าจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า “NaRaYa” เป็นภาษาฮินดู แปลว่า พระนารายณ์ หรือพระวิษณุ เทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ของชาวฮินดู

ปัจจุบัน นารายา มีโรงงานผลิตสินค้าทั้งหมด 5 แห่ง พนักงานมากกว่า 3,000 คน และฝีมือแรงงานจากชนบทอีกว่า 4,000 คน โดยมีการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ออกเป็น 8 แบรนด์ทั้ง เสื้อผ้า, กระเป๋า, เครื่องประดับ, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และร้านชา และ NaRaYa มีสาขาจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในไทย 25 สาขา ต่างประเทศ 13 สาขา

นารายา ได้รับความนิยม และการยอมรับจากต่างประเทศโซนเอเชียเป็นอย่างมาก ด้วยเอกลักษณ์สินค้าที่มาจากผ้าไหมไทย ผลิตโดยฝีมือคนไทยแท้ ๆ โดยเฉพาะนักท่องที่ยวชาวจีน ที่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักของไทย หนึ่งในโปรแกรมทัวร์คือเข้าร้านนารายา ซื้อกระเป๋าผ้าติดไม้ติดมือกลับบ้าน

ข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุงบการเงิน ย้อนหลัง 5 ปีล่าสุด บริษัท นารายณ์ อินเตอร์เทรด จำกัด

– ปี 2557 รายได้  1,538  ล้านบาท  กำไร  147  ล้านบาท

– ปี 2558 รายได้  1,803  ล้านบาท  กำไร  210  ล้านบาท

– ปี 2559 รายได้  1,660  ล้านบาท  กำไร  191  ล้านบาท

– ปี 2560 รายได้  1,404  ล้านบาท  กำไร   71  ล้านบาท

– ปี 2561 รายได้  1,338  ล้านบาท  กำไร   42  ล้านบาท

โดยในปี 2562 บริษัทมีแผนรุกตลาดออนไลน์ ตามกระแสความนิยมในยุคปัจจุบัน ด้วยการพัฒนาแอปพลิเคชัน ใช้ชื่อว่า NaRaYa Application พร้อมตั้งเป้าขยายส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มสินค้าไทยเพิ่มขึ้น 10-20 %

และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือน ธันวาคม พ.ศ. 2562 ก่อนที่กระจายอย่างรวดเร็วไปทั่วโลกในไม่กี่เดือนต่อมา ส่งผลให้การเดินทางระหว่างประเทศหยุดชะงัก หลายชาติประกาศล็อกดาวน์เพื่อสกัดการแพร่ระบาด รวมถึงประเทศไทย ที่รัฐบาลได้มีการสั่งปิดสถานที่จำนวนหลายแห่ง โดยร้านค้า ธุรกิจต่าง ๆ ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ท้ายที่สุด บริษัท นารายณ์ อินเตอร์เทรด จำกัด ได้ขอยื่นปิดกิจการชั่วคราว เพื่อให้พนักงานเข้าสู่กระบวนการของรัฐ ได้รับเงินชดเชยประกันสังคม 62% ของรายได้ ตามโครงการเยียวยาของรัฐ

แม้ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทได้หันไปผลิตผ้าปิดจมูกเป็นสินค้าหลัก จุดเริ่มต้นของการทำหน้ากากผ้าของนารายาเป็นเพราะหน้ากากขาดตลาด พนักงานไม่มีใช้

ในขณะที่นารายามีผ้าที่มีคุณภาพ มีโรงเย็บ ก็เย็บมาให้พนักงานใช้ แล้วเมื่อรู้ว่าข้างนอกเขามีความต้องการกันมาก ก็เอาส่วนที่มีสำรองอยู่ 2-3 พันชิ้นมาขายชิ้นละ 50 บาท ปรากฏว่าครึ่งชั่วโมง ขายหมดเกลี้ยง

ก็เริ่มทำใหม่เปิดให้จอง ยอดจองถล่มทลาย 1 นาที เข้ามาจองผ่านทางเฟซบุ๊กประมาณ 700 ราย จนตั้งเป็นวอร์รูมขึ้นมา เอาพนักงานมานั่งตอบประมาณ 20 คน เปิดขายวันแรก 10 มีนาคม จนถึงปลายเดือนมีนาคม นารายาขายหน้ากากผ้าไปประมาณ 8 แสนชิ้น

ผ่านไปประมาณ 3 เดือน ขายไปแล้วประมาณ 4-5 ล้านชิ้น แต่ยอดขายกระเป๋าที่เคยขายได้ในช่วงเวลาที่พีคสุด ประมาณวันละ 1.5 หมื่นชิ้น แทบจะเป็นศูนย์ชิ้น

“นักข่าวหลายสำนักอยากสัมภาษณ์มากว่า เรามาทำหน้ากากผ้า คิดได้อย่างไร ได้เงินดีแน่ แต่จริง ๆ แล้วมันทดแทนกันไม่ได้หรอกค่ะ เรามีรายจ่ายที่เป็นฟิกคอสต์เดือนหนึ่ง ๆ หลาย 10 ล้าน แต่ขายหน้ากากผ้าชิ้นละ 50 บาท เลยไม่รู้จะให้สัมภาษณ์อย่างไร เพราะเราเองยังหาทางออกอื่นไม่เจอ”

คุณวาสนา บอกว่า เป็นเรื่องที่ต้องคิดวันต่อวัน พรุ่งนี้ยังไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นเลย เอาเป็นว่าตัวเองตื่นเช้าขึ้นมาต้องไหว้พระ ขอให้วันนี้ผ่านไปโดยมีสติ อย่าให้สติหลุด เพราะปัญหาเยอะมาก

ผ้าปิดจมูก “ช่วยชีวิต” ไม่ได้ “ชุบชีวิต” แม้จะมีรายได้จากผ้าปิดจมูก แต่รายได้ก็ยังไม่เพียงพอกับต้นทุน บวกกับเศรษฐกิจทั่วโลกก็ยังไม่ดีขึ้น จนนำมาสู่การปิดโรงงาน 1 แห่ง ในจังหวัดบุรีรัมย์ ลูกจ้าง 300 คน ต้องตกงาน

อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตสินค้านารายา ระบุว่า บริษัทจะยังคงเปิดดำเนินการกิจการต่อไป พร้อมกับขยายช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้น รวมถึงคาดหวังด้วยว่าสถานการณ์จะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น และเศรษฐกิจจะกลับมาดีขึ้นในเร็ววัน

 

แหล่งที่มา : PPTV HD 36, positioningmag, เส้นทางเศรษฐี, marketeeronline, brandbuffet, naraya

Check Also

หนุ่มน้อย วัยประถม สู้ไ ม่ถอย หาเลี้ยงพ่อพิการ

นี่นับเป็นเรื่องราวที่มีการเเชร์กันเป็นอย่างมากบนโลกออนไลน์ อยากให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง…