Home เรื่องดี ๆ มีข้อคิด สุดยอดหนุ่มสู้ชีวิต ใช้เวลาหลังเลิกงาน กลับบ้านปลูกผัก ทำเงิน 4 แสน ในไม่กี่เดือน

สุดยอดหนุ่มสู้ชีวิต ใช้เวลาหลังเลิกงาน กลับบ้านปลูกผัก ทำเงิน 4 แสน ในไม่กี่เดือน

5 min read
0
0
798

ต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่อวราวที่ชาวเน็ตจำนวนมากกำลังให้ความสนใจ เรื่องราวในวันนี้มาจากเมืองอังคัง หมู่บ้านม้ายผิง มีวัยรุ่นอายุ 20 กว่าปี “เหมยเซาซง” พร้อมภรรยาที่รัก อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กกับลูกชายวัย 3 ปีของพวกเขา ชาวบ้านเผยว่า “ปัจจุบันพบน้อยมากที่จะมีวัยรุ่นปักหลักทำไร่ทำสวนที่ชนบท”

ที่แท้เมื่อตอนที่เหมยเซาซงอายุได้ 2 ขวบพ่อแม่หย่าร้าง ทำให้ภาระในการเลี้ยงดูตกอยู่ที่คุณย่าของเขา เขาเล่าว่าเมื่อก่อนเคยออกไปทำงานที่มณฑลเจ้อเจียง แต่เนื่องจากพ่อล้มป่วย ไม่สบายจากไปกระทันหัน เหลือเพีຍงคุณย่าที่ชรามากแล้ว ทำให้เซาซงเป็นห่วงคุณย่ามาก จึงกลับบ้าuมาดูแลคุณย่า เพราะคุณย่ามีบุณคุณกับเขามาก

ทว่าลูกของเขายังเล็กมาก ต้องการการดูแลจากพ่อแม่ หลังจากที่ปรึกษากับภรรยาแล้ว ก็ตัดสินใจย้ายกลับมาอยู่ในชนบทกับคุณย่า อาศัยการทำไร่ทำสวนเลี้ยงดูครอบครัว การทำไร่ทำสวนแตกต่างกับการทำงานมาก

ปัจจุบันชีวิตการเป็นอยู่ก็สบายๆมาก เป็นอิสระ เพราะหน้าบ้านก็คือสวนของพวกเขา การดำเนินชีวิตค่อนข้างเรียบง่ายไม่เหมือนชีวิตการทำงานในเมือง ที่ต้องกังวลใจว่าคนชราที่บ้านจะเป็นอย่างไรบ้าง

พื้นที่ชนบทนั้นอุดมไปด้วยใบยาสูบ เพราะทั้งหมู่บ้านก็ปลูกเช่นกัน กลายเป็นพืชเศรษฐีของหมู่บ้านไปแล้ว เหมยเซาซงเป็นวัยรุ่นที่กล้าคิด กล้าทำ จากเริ่มต้นมีแค่ 10 เอเคอร์ (ราว 25.3 ไร่ ) พัฒนาไปถึง 60 เอเคอร์ (ราว 151.8 ไร่) ปัจจุบันเหมยเซาซงกลายเป็นเถ้าแก่วัยรุ่นรายใหญ่ของหมู่บ้านไปแล้ว นอกจากนี้ยังเป็นผู้ปลูกใบยาสูบรายใหญ่ที่สุดและมีอายุน้อยที่สุดของหมู่บ้านในระแวกนั้น

เหมยเซาซงเปิดเผยว่า “เมื่อถึงช่วงที่ต้องหว่านและเก็บเกี่ยว สามีและภรรยา ก็จะยุ่งมากจนทำเองไม่ไหว จึงจ้างคนมาช่วยเหลือเก็บและอบใบยาสูบประมาณ 2.53 ไร่ หลังจากหักต้นทุน ค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว พวกเขามีกำไรสุทธิ 6,500 ถึง 8,700 บาท

ฉะนั้นสวนใบยาสูบ 60 เอเคอร์ ทำรายได้ต่อปีประมาณ 430,000 บาทอย่างไม่มีปัญหา เขาคิดว่าในอนาคตเขาจะทำการเกษตรปลูกพืชผักมากกว่านี้ เพราะจะทำให้รายได้เพิ่มขึ้น และเนื่องจากอยู่ห่างไกลจากเมืองทำให้มีค่าใช้จ่ายที่น้อยมาก ซึ่งหากอยู่ในเมืองก็จะมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ มากมายให้กังวลใจ”

บ้านสำหรับอบใบยาสูบให้แห้งก่อนถึงจะออกจำหน่ายได้ และเนื่องจากมีการปลูกมากขึ้น ทำให้ต้องขยายห้องอบใบยาสูบ ให้ใหญ่มากขึ้นเพื่อรองรับใบยาสูบที่มากขึ้น เหมยเซาซงได้จ้างผู้ช่วยมาช่วยงานทำให้ตนเองเบาแรงไปมาก เขาสร้างห้องยาสูบที่ใหญ่กว่าเดิม และรองรับการอบได้มากขึ้น

นอกจากการทำสวนใบยาสูบแล้ว เขายังเลี้ยงผึ้งไว้ที่บนต้นไม้หน้าบ้านอีกด้วย เขาบอกว่าการเลี้ยงผึ้งนั้นไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องดูแลมากมาย และไม่ต้องเสียเงินไปซื้อน้ำผึ้งอีกต่อไป สามารถเก็บเกี่ยวได้ทุกปีเพียงพอสำหรับครอบครัวที่จะกิน น้ำผึ้งอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย

ช่วงพักกลางวันก็เก็บของกลับบ้าน เหมยเซาซงก็พาลูกเล่นสนามในบ้าน ส่วนภรรยา ก็เข้าครัวทำกับข้าวให้คนในครอบครัวกิน เมื่อว่างจากการทำสวนในบางวันก็จะมาอยู่เป็นเพื่อนคุณย่า พูดคุยกับเธอ ไม่มีความเครียดเหมือนในเมือง

เหมยเซาซงกล่าวว่า “ไม่ว่าจะทำงานได้เงินเท่าไหร่ แต่ครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด ให้เราใช้ชีวิตกับคนในครอบครัวอย่างมีความสุข มีชีวิตเรียบง่าย อยู่อย่างพอเพียง”

ขอขอบคุณที่มาจาก : LIEKR

Check Also

ชีวิตต้องสู้ หนุ่มพิการทางสายตา วัย 23 ปี แม้มองไม่เห็น แต่ไม่เคยคิดยอมแพ้ต่อโชคชะตา

วันนี้ทางเราจะพาเพื่อน ๆ ไปติดตามชีวิตของ “หนุ่มเต้ย” หนุ่มผู้พิการทางสายตา วั…